Bookmark and Share
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเทศเกาหลี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเทศเกาหลี แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เรื่องเกาหลีที่หลายคนอยากรู้

ประเทศเกาหลีเป็นคาบสมุทรที่ทอดตัวลงใต้จากศูนย์กลางชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปเอเชีย คาบสมุทรเกาหลีประกอบด้วยพื้นที่ประมาณ 220,000 ตารางกิโลเมตรกับเกาะใหญ่น้อยประมาณ 3,400 เกาะเรียงรายตลอดชายฝั่ง
ณ เวลานี้ประเทศเกาหลีเป็นประเทศเดียวในโลกที่ยังคงถูกแบ่งแยกตามภูมิศาสตร์และลัทธิการปกครอง มีประชากรทั้งหมดประมาณเจ็ดสิบล้านคนทั้งในประเทศเกาหลีเหนือและใต้ และไม่นานมานี้เองที่มีความก้าวหน้าที่เด่นชัดหลายประการในการร่วมมือและรวมประเทศเข้าด้วยกัน

คำว่า "เกาหลี" นี้ใช้อ้างอิงทั้งประเทศเกาหลีเหนือและใต้ ประเทศเกาหลีใต้ ณ ที่นี้ หมายถึงสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งมีประชากร 48 ล้านคนในจำนวนนี้ 10 ล้านคนอาศัยอยู่ในกรุงโซลซึ่งเป็นเมืองหลวง กรุงโซลนั้นประการศักดาว่าเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน 600 ปี และในปี 1988 ก็มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งที่ 24 ประเทศเกาหลีเป็นเป้าแห่งความสนใจจากทั่วโลกอีกครั้งเมื่อได้เป็นเจ้าภาพร่วมกับประเทศญี่ปุ่นในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี 2002

ประเทศเกาหลีมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงาม จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาชาวเกาหลีเองได้เรียกผืนแผ่นดินแห่งนี้ว่า คึมซูกังซาน (geumsugangsan) หรือ "ผืนพรมทองแห่งแม่น้ำและภูเขา" ความน่าพิศวงของผืนแผ่นดินนี้ถ่ายทอดผ่านแต่ละช่วงฤดูกาลด้วยทัศนียภาพที่แตกต่างกันไป ภูมิอากาศของเกาหลีซึ่งแบ่งออกเป็นฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวนั้นมีความแตกต่างกันมากทีเดียว คือช่วงฤดูหนาวโดยปกติจะกินเวลายาวนาน ฤดูร้อนสั้นกว่า และฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่สั้นที่สุด ช่วงเวลาฝนตกจะเป็นระหว่างฤดูร้อนในช่วงเดือนมิถุนายน

ชุดแต่งกายตามประเพณีของชาวเกาหลีคือ ฮันบก (Hanbok) ชุดที่ใช้แต่งกายในฤดูหนาวนั้นใช้ผ้าที่ทอจากฝ้ายและกางเกงยาวที่มีสายรัดที่ข้อเท้าซึ่งช่วยในการเก็บความร้อนของร่างกาย ในขณะที่ช่วงฤดูร้อนจะใช้ผ้าป่านลงแป้งแข็งหรือผ้ารามีซึ่งช่วยในการซึมซับและการแผ่ซ่านของความร้อนในร่างกายให้มากที่สุด

อาหารเกาหลีก็ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบรับกับภูมิอากาศ ในภูมิภาคที่ฤดูหนาวกินเวลานาน เทคนิคการถนอมอาหารพิเศษได้ถูกวิวัฒน์ขึ้นเพื่อเก็บรักษาวิตามินในสูตรอาหารประเภทผัก กิมจิเป็นตัวอย่างอันเป็นสัญลักษณ์ของอาหารหมักดอง ความจริงที่ว่ากิมจิจะมีรสเค็มขึ้นถ้าใครนำมันจากทางเหนือที่หนาวเย็นมาสู่ทางใต้ที่อบอุ่นกว่านั้นเป็นเกี่ยวข้องกันมากกับลักษณะของอากาศ

อิทธิพลของภูมิอากาศยังบ่งบอกถึงสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันของเกาหลี บ้านแบบเกาหลีจะมี ออนดอล (Ondol) ซึ่งทำปฏิกิริยาภายใต้พื้นเพื่อช่วยเพิ่มความร้อนฤดูหนาว และโดยทั่วไปบ้านจะมีหลังคาต่ำ มีห้องเล็กและผนังหนา มีหน้าต่างและประตูเปิดสู่ภายน้อยซึ่งมักจะทำเป็นสองชั้น บ้านเกาหลีโบราณจะมีห้องโถงเปิดพื้นเป็นไม้ซึ่งสมาชิกในครอบครัวจะใช้เวลาส่วนใหญ่ที่นี่ในช่วงฤดูร้อน ห้องสำหรับอยู่อาศัยนั้นโดยปกติจะอยู่กลางบ้านใหญ่ ห้องรับแขกจะอยู่อีกหลังต่างหาก ห้องครัวก็สร้างเป็นหลังต่างหากและถูกออกแบบให้ใช้งานได้หลายอย่างนอกจากการปรุงอาหารเพียงอย่างเดียว

เป็นเวลาไม่นานมานี้เองที่เศรษฐกิจของเกาหลีได้ถูกปฏิรูปไปเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ปี 1960 เกาหลีได้เปลี่ยนจากเศรษฐกิจแบบเกษตรกรรมเป็นแบบอุตสาหกรรมที่รุดหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการปฏิวัติแปรเปลี่ยนไป การส่งเสริมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การต่อเรือ การคมนาคม และยานยนต์ซึ่งเป็นแบบอย่างของการพัฒนาประเทศไปทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการคมนาคมและสารสนเทศนั้นเกาหลีในวันนี้ยืนอยู่แถวหน้าของโลก

ชาวเกาหลีได้สร้างวัฒนธรรมที่โดดเด่นผ่านช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนานและมรดกทางวัฒนธรรมอันเด่นเฉพาะตัวก็สามารถพบได้ตลอดคาบสมุทร ชาวเกาหลีให้คุณค่ากับการเรียนรู้และมีชื่อเสียงมากในการอุทิศตนและความมุมานะอุตสาหะ บางทีอาจเป็นเพราะลักษณะเหล่านี้ก็ได้ที่ทำให้พวกเขาสามารถใช้แรงกระตุ้นทางวัฒนธรรมซึ่งนำมาประยุกต์อย่างถี่ถ้วนกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วันสำคัญในเกาหลี ( น่ารักดีค่ะ )

คนไทยเองก็มีวันพิเศษมากมาย สงกรานต์ ปีใหม่ เข้าพรรษา ออกพรรษา และอีกมากมาย สงสัยเหลือเกินค่ะว่า คนเกาหลีนี้ เขาจะมีวันพิเศษของเขากันบ้างมั้ยน๊า

คนเกาหลีจะถือเอาวันที่ 14 ของทุกเดือนเป็นวันพิเศษ แต่ไม่ใช่วันหยุดนะ ไม่ต้องอิจฉากันค่ะ อิอิ  ดูแปลกดี เลยเอามาฝากกันค่ะ

14 มกราคม เป็นวัน Diary Day ซึ่งเป็นวันที่คู่รักจะมอบสมุดไดอารี่ให้แก่กัน ดูน่ารักโรแมนติกเลยทีเดียว คนไทยอย่างเราก็เลียนแบบได้นะคะ ไม่ว่ากัน

14 กุมภาพันธ์ เป็นวัน Valentine's Day วันแห่งความรักอย่างที่รู้ๆกันอยู่ใช่ล่ะค่ะ วันนี้คู่รักฝ่ายหญิงจะเป็นคนมอบช็อกโกแลตให้กับฝ่ายชาย (อ้าว ไหงงั้นล่ะ อิชั้นไม่ยอม 555)

14 มีนาคม เป็นวัน White Day วันนี้ฝ่ายชายจะมอบช็อกโกแลตคืนให้ฝ่ายหญิงละ ( อ่อ เริ่มยุติธรรมล่ะ)

14 เมษายน เป็นวัน Black Day เป็นวันสำหรับผู้ที่ยังไม่มีคนรักจะมารวมตัวกันเพื่อกินก๋วยเตี๋ยวเส้นสีดำด้วยกัน - -"(เหมาะกับเจ้ที่สุดเลยอ่ะวันนี้ -_-)

14 พฤษภาคม เป็นวัน Yellow Day วันสำหรับผู้ที่ยังไม่มีคนรักแล้วพลาดโอกาสไม่ทันได้กินก๋วยเตี๋ยวเส้นสีดำในวัน Black Day ( ยังคงตามมาหลอกหลอน) คนเหล่านี้ก็จะมารวมตัวกันกินข้าวราดแกง(คาดว่าน่าจะเป็นสีเหลืองนะ เลยเรียก Yellow Day) นอกจากนี้ยังเป็นวันที่คู่รักมอบดอกกุหลาบให้แก่กันอีกด้วย

14 มิถุนายน เป็นวัน Kiss Day วันที่คู่รักจุมพิตกัน เพื่อยืนยันความรักที่มีต่อกัน

14 กรกฏาคม เป็นวัน Silver Day วันที่คู่รักแลกแหวนเงินกัน เพื่อเป็นสัญญาแห่งอนาคต

14 สิงหาคม เป็นวัน Music Day วันที่คู่รักมอบเทปเพลงรักให้กันและกัน

14 กันยายน เป็นวัน Photo Day วันที่คู่รักถ่ายภาพร่วมกัน เพื่อเป็นที่ระลึกถึงความรักของตน

14 ตุลาคม เป็นวัน Wine Day วันที่คู่รักดื่มไวท์ด้วยกัน

14 พฤศจิกายน เป็นวัน Hug Day วันที่คู่รักแสดงความรักด้วยการกอดกัน นอกจากนี้ยังเป็นวัน Movie Day อีกด้วยหรือวันที่คู่รักจูงมือพากันไปดูหนังอีกด้วย

14 ธันวาคม Money Day วันที่คู่รักใช้เงินซื้อของหรือใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยให้กับคนรักของตน

วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เรียนรู้ภาษาเกาหลี

ความรู้น่าอ่าน รู้ไว้ก็ดี เอามาฝากน้องๆ yenta4.com ต่อจากภาษาญี่ปุ่นที่เอามาฝากกันก่อนหน้านี้ แล้วก็ตามมาด้วยภาษาเกาหลีง่ายๆ ควรรู้ แยกเป็นหมวดๆ ไว้ให้ด้วย.. เผื่อจะมีน้องๆ หนูๆ คนไหน สนใจไปสวัสดี โคเรีย ไงจ๊า ..

สวัสดี อันย้ง ฮาเซโย

คุณสบายดี หรือเปล่า

ชออึม เป็บ เกสซอโย

ยินดีที่ได้รู้จัก

มันนาซอ พัน กาวอโย

กรุณาช่วย ดิฉัน/ผม โทวาจูเซโย

ขอบคุณ คัมซา ฮัมนีดา

ยินดีต้อนรับ ชนมาเนโย

ผม/ดิฉัน เสียใจ มีอัน ฮัมนีดา

ขอโทษ ชิลเล ฮัมนีดา

ลาก่อน อันย้งฮี กาเซโย

การถามทาง

ช่วยกรุณาบอกทางไป... ...คานึน คีรึล คารึชอ จูเซโย

...อยู่ที่ไหน? ...อีออดิ อิสซึมนีก้ะ

กรุณาจอดตรงนี้ ยอกีซอ เซวอ จูเซโย

...อยู่ไกลแค่ไหน? ...ก้าจิ ออลมสนา มอมนิก้า

รถคันนี้ไป...หรือไม่? อี บอซึ...คัมนีก้า?

ช็อปปิ้ง

ขอดูอันนี้หน่อย ค่ะ/ครับ อีกอซึล โพยอจูเซโย

ราคาเท่าไร คีอกอซึน ออลมาอิมนีก้า

คุณรับบัตรเครดิตมั้ย ซินยงกาดิ พัทซึมนิก้า
เบ็ดเตล็ด

ศูนย์รับแจ้งของหาย พุนชิลมุลโพกวันโซ

สถานีตำรวจ เคียงชัลซอ

โรงพยาบาล เพียงวอน

สุขา ฮวาจังชิล

ร้านค้าขายยา ยักกุก

โรงแรม ยอกวัน

ตลาด ซิจัง

ร้านอาหาร ซิกดัง

รถไฟฟ้าใต้ดิน ชีฮาชอล

สถานีรถไฟ กิชายก


Link ; http://korea-center.blogspot.com

วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553

มารยาทแบบเกาหลี


1. การทักทายและการบอก ขอบคุณ เป็นเรื่องสำคัญมากของคนเกาหลี คนเกาหลีมักกล่าวคำทักทายและขอบคุณพร้อมก้มหัวคำนับเสมอ โค้งต่ำระดับไหนนั้นขึ้นอยู่กับความอาวุโสของผู้พูดทั้ง 2 ฝ่าย

2. คนเกาหลีไม่นิยมการแสดงออกโดยเปิดเผยและมักจะจำกัดการถูกเนื้อต้องตัวเพียงแค่การจับมือทักทายกันอย่างสุภาพ อย่างไรก็ตามถ้ารู้จักคนเกาหลีดีขึ้นจะเกิดความคุ้นเคยกันเพิ่มขึ้น ชาวต่างชาติอาจแปลกใจที่เป็นผู้ชายโดยเฉพาะชายหนุ่มเดินตามถนนจับมือโอบไหล่กัน หรือผู้หญิงเดินจับมือกันการสัมผัสร่างกายเพื่อนสนิทขณะที่คุยกันถือว่ายอมรับกันได้ในประเทศเกาหลี แต่การแสดงความรักระหว่างเพศในที่สาธารณะ เช่น กอดและจูบถือว่าไม่สมควร

3. สุขาสาธารณะสะอาดมีอยู่ทั่วประเทศเกาหลี และสามารถใช้ห้องสุขาในอาคารสำนักงาน โรงแรม ร้านค้า หรือภัตตาคาร
4. ตามประเพณีดั้งเดิมคนเกาหลีนั่งรับประทาน และนอนบนพื้น ดังนั้น จึงควรถอดรองเท้าเสมอ ก่อนเข้าบ้านของคนเกาหลี เมื่อท่านไปเยี่ยมครอบครัวคนเกาหลีที่บ้านท่านควรสวมถุงเท้าหรือถุงน่อง เพราะการนั่งเท้าเปล่าต่อหน้าผู้มีอายุสูงกว่าถือว่าไม่สุภาพ

5. คนเกาหลีไม่ค่อยนิยม แชร์ค่าอาหารกัน ยกเว้นในกรณีพิเศษ ท่านควรเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ที่จะเป็นเจ้าภาพหรือไม่ก็เป็นแขก

6. ตามประเพณีการพูดคุยกันระหว่างมื้ออาหารมากเกินไปถือว่าไม่สุภาพ คนเกาหลีน้อมรับคำชมเกี่ยวกับรสชาติอาหาร และการบริการ การสั่งน้ำมูกในโต๊ะอาหารถือว่าไม่สุภาพ
 
Link : http://korea-center.blogspot.com/
 
Appreciated for : http://www.linethaitravel.com

วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของ เกาหลี

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของ เกาหลี



SEOUL

กรุงโซล (เซอูล) เมืองหลวงอายุมากกว่า 600 ปี ที่อนุรักษ์ความเก่าแก่โบราณให้กลมกลืนกับความทันสมัย ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม ถูกโอบร้อมด้วยภูเขาและมีแม่น้ำฮันคัง - สายโลหิตของชาวเมือง ไหลผ่านใจกลางเมืองและสวรรค์สำหรับนักช้อปปิ้ง มีประชากรราว 14 ล้านคน

1. KYONGBOK PALACE - NATIONAL FOLKLORE MUSEUM - PASSBY THE PRESIDENTIAL PALACE, BLUE HOUSEพระราชวังเคียงบ๊อก พิพิธภัณท์พื้นบ้าน แวะผผ่านชมบ้านประธานาธิบดี พระราชวังเคียงบ๊อก สร้างขึ้นในปี ค. ศ. 1394 สมัยราชวงศ์โซซอน เป็นศูนย์บัญชาการและที่ประทับของกษัตริย์ เมื่อสมัย 600 ปีก่อน เยี่ยมชมท้องพระโรง พลับพลากลางน้ำ ภายในพระราชวังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ที่จำลองชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมของชนชาติเกาหลี ในอดีตตลอดจนผ่านชมทำเนียบและบ้านประธานาธิบดีคนปัจจุบัน

2. SEOUL TOWER (CABLE CAR + LIFT) สวนสาธารณะนัมซานและหอคอยกรุงโซล นั่งกระเช้าไฟฟ้าสู่สวนสาธารณะนัมซานซึ่งตั้งอยู่บนเขานัมซานใจกลางเมืองหลวง ชมทัศนียภาพอันงดงามของกรุงโซล บนหอคอยกรุงโซล 1 ใน 10 หอคอยเมืองที่สูงที่สุดในโลก สูงถึง 480 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล

3. CHOGYESA TEMPLE วัดโซเกซา สร้างขึ้นในปี 1910 เป็นวัดใหญ่เพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง และในปี 1936 ได้กลายเป็นวัดศูนย์กลางพุทธศาสนานิกายโซเก นิกายที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ภายในศาลาจะเป็นที่ตั้งขององค์พระประธาน และพระพุทธรูปน้อยใหญ่ ภายในวัดยังมีต้นสนที่นำมาจากเมืองจีน ซึ่งมีอายุกว่า 500 ปี ใกล้ ๆ กับวัด มีร้านสังฆภัณฑ์มากมายตั้งอยู่

4. HAN-GANG RIVER CRUISE ล่องแม่น้ำฮัน แม่น้ำฮัน เป็นเม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ตลอดความยาว 15 กม. ที่เรือเล่น จากท่าเรือชัมชิลหรือยอ-อิ-โด สองข้างทางแม่น้ำฮัน จะขนาบด้วยถนน สวนสาธารณะอนุเสาวรีย์ ตึกรามบ้านช่องทั้งแบบดั้งเดิมและทันสมัยความใสสะอาดของแม่น้ำฮัน

5. OLYMPIC STADIEUM สนามกีฬาโอลิมปิค ชมความยิ่งใหญ่ของสนามกีฬาโอลิมปิคซึ่งประเทศเกาหลีใต้ได้รับเกรียติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิคครั้งที่ 24 เมื่อ ปี ค.ศ.1988 สนามแห่งนี้สามารถจุผู้ชมได้ถึงหนึ่งแสนคน และยังได้รับคัดเลือกให้ใช้ในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ในปี ค.ศ. 2002 ซึ่งประเทศเกาหลีและประเทศญี่ปุ่นร่วมกันเป็นเจ้าภาพ

6. WAR MEMORIAL พิพิธภัณฑ์สงคราม แวะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สงคราม ที่เปิดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อระลึกถึงผู้คนและทหารหาญ ที่ได้ช่วยปกป้องประเทศเกาหลีในช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเพื่อสอนให้ผู้คนในปัจจุบันได้เรียนรู้ถึงบทเรียนอันเจ็บปวดที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก ท่านจะได้ถ่ายรูปกับเครื่องบิน รถถัง ตลอดจนยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่นำมาจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลีในปี 1950

7. PONGUNSA TEMPLE วัดพงเอินซา นำท่านนมัสการ วัดใหญ่- พงเอินซา วัดอันเก่าแก่ของชาวเกาหลี ชมความงดงามของศิลปะและสถาปัตยกรรมและนมัสการพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ พร้อมนมัสการเจ้าแม่กวนอิมองค์ยืนตระหง่านอยู่กลางแจ้ง

8. LOTTE WORLD ADVENTURE สวนสนุกล็อตเต้เวิลดิ์ นำท่านสู่ดินแดนแห่งความสนุกหฤหรรษ์และไฮเทคในรูปแบบใหม่ที่สวนสนุกล็อตเต้เวิลดิ์ สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี สนุกสนานกับเครื่องเล่นหลากชนิดทั้งในร่มและกลางแจ้ง ไม่ว่าการผจญภัยกับโลกของซินเบต หอคอย โรงหนังสามมิติ ไวกิ้ง รถรางไฟฟ้า ชมความงามของสวนสนุกทั้งภายในและนอกอาคาร เกมส์การละเล่นต่าง ๆ ขบวนพาเหรด โชว์ต่าง ๆ ตลอดจนร้านขายอาหาร ร้านขายของที่ระลึกเฉพาะของสวนสนุกล็อตเต้เวิลดิ์

9. TONGDAEMUN MARKET ตลาดทงแดมุน ตั้งอยู่ใกล้ประตูเมืองตะวันออก เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของกรุงโซลและยอดฮิตที่สุด แหล่งรวมเสื้อผ้า ผ้าพันคอ เนคไท ถุงเท้า ถุงน่อง ชุดสูท ผ้าชิ้น อุปกรณ์กีฬา กิ๊ฟช้อป สินค้าพื้นเมือง ในราคาขายส่งและปลีก

10. NAMDAEMUN MARKET ตลาดนัมแดมุน ตั้งอยู่ใกล้ประตูเมืองทิศใต้ ซึ่งเป็นประตูเมืองที่เก่าแก่ที่สุดตลาดพื้นเมืองอีกแห่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ร้านอาหารเป็นต้น และร้านรวงต่าง ๆ ยังเปิดบริการเที่ยงคืนให้ ผู้ไม่มีเวลาระหว่างวันได้มาเลือกซื้อของ

11. ITAEWON STREET ถนนอีแทวอน เที่ยวเขตท่องเที่ยวพิเศษ - ถนนอีแทวอน ซึ่งเป็น 1 ในแหล่งช็อปปิ้งที่นักท่องเที่ยวหรือคนพื้นเมืองเองชื่นชอบมีร้านรวงกว่าพันร้านค้าตลอด ถนนที่ยาว 1.5 กม. มี สินค้าให้เลือกมายมาย โดยเฉพาะสินค้าเครื่องหนังที่ที่เลียนแบบยี่ห้อดัง ๆ จากทั่วโลก ในราคาน่าซื้อ ถือเป็นถนนนานาชาติ

12. INSADONG ย่านอินซาดอง ณ ย่านที่ได้ชื่อว่า " ถนนแห่งแอนติค " ค้นพบความเก่าแก่ที่ผสมอารยธรรมสมัยใหม่ในเมืองหลวง ร้านแกลอรี่ ร้านศิลปะพื้นเมือง ร้านขายวัตถุโบราณ ร้านอาหารพื้นเมืองที่เลื่องชื่อ ร้านชาพื้นเมือง โบราณที่มีชื่อเสียง ร้านสะสมแสตมป์ ร้านเซรามิค เป็นต้น

13. MYONGDONG ย่านเมียงดอง ถูกขนานนามว่า " ถนนแฟชั่นของเกาหลี " ทุก ๆ วัน จะมี ผู้คนมาที่นี่กว่า 1 ล้านคน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา หนุ่มสาว คนทำงาน เพื่อเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ชื่นชอบ อาทิเช่น ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นบูติก ร้านรองเท้า ร้านทำผม ร้านคอสเมติก ร้านกาแฟ โรงหนัง และร้านอาหารนานาชนิด ไม่ไกลนักยังเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง

14. YONGSAN ELECTRONICS MARKET ตลาดไฟฟ้ายงซาน ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ใช้ภายในบ้านหรือแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์ ก็สามารถหาซื้อได้ที่ นี่ ซึ่งมีร้านค้าคอยให้บริการมากกว่า 5,000 ร้าน มีขนาดใหญ่กว่าย่านอาคิฮาบาราของประเทศญี่ปุ่นเสียอีก

15. DEPARTMENT STORE ห้างสรรพสินค้า OR DUTY FREE SHOP ห้างหรือร้านค้าปลอดภาษี ห้างสรรพสินค้ามีอยู่ทั่วไป และร้านค้าปลอดภาษี อาทิเช่น ชิลล่าดิวตี้ฟรี ล๊อตเต้ดิวตี้ฟรี สนามบิน เป็นต้น

16. SHERATON WALKER HILL SHOW AND CASINO เชอราตัน วอกเกอร์ฮิล โชว์และคาสิโนแสดงอยู่ที่โรงแรมเชอราตัน วอกเกอร์ ฮิล เป็นประจำทุกวัน ในหอประชุมใหญ่ที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 700 คน โดยแสดงการร้อง การรำ ทั้งแบบในวังและพื้นเมืองที่หาดูได้ยากจากคณะนาฏศิลป์กรุงโซลและทอปเลคโชว์แบบลิโดหรือลาสเวกัสประกอบมายากล และอื่น ๆ อีกมากมายอย่างตระการตา ทั้งแสง สี เสียง ฉาก อย่างที่ประทับใจไม่รู้ลืม เพียงแห่งเดียวในเกาหลีหรือเสี่ยงโชคที่คาสิโน มีทั้งแบล์ค-เจต ลูเลต และอื่น ๆ ให้ท่านเลือกตามความชอบ ซี่งเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง

17. KOREA HOUSE บ้านวัฒนธรรมเกาหลี สถานที่ที่จัดแสดงวัฒนธรรมการร้อง รำ ทำเพลง ตลอดจนการแสดงระบำพื้นเมืองที่หากดูได้ยาก โดยจัดแสดงในบ้านแบบดั้งเดิมของเกาหลี

วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เรื่องเกาหลี ที่อยากให้ทุกคนรู้

เรื่องเกาหลี ที่อยากให้ทุกคนรู้

แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็เกาหลี ทุกคนล้วนให้ความสนใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นดาราเกาหลี ศิลปินนักร้องเกาหลี ซีรีย์เกาหลีเรื่องดัง หรือแม้แต่การท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลี แต่จะมีสักกี่คนกันนะ ที่รู้ลึกรู้จริงยิ่งกว่าแค่เปลือกนอกว่ายังมีเรื่องน่ารู้ที่เชื่อว่าอีกหลายๆ คนยังไม่รู้ วันนี้ Knock Knock! ได้รวบรวมมาให้ทุกคนได้อ่านกันแล้ว เปิดสมองให้กว้างๆ แล้วไปลุยกันเลย

- ชุดประจำชาติของเกาหลีเรียกว่าชุด ฮันบก คนเกาหลีมักจะใส่ชุดฮันบกในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น งานแต่งงาน, วันซอลนัล (ขึ้นปีใหม่) , วันชูซก (วันขอบคุณพระเจ้า) เป็นต้น

- ต้นไม้ประจำชาติของประเทศเกาหลีคือ ต้นทงแบก (ต้นแป๊ะก๊วย)

- ภาษาเกาหลี มีตัวอักษรเกาหลีที่เรียกว่า ฮันกึล ประกอบด้วยสระ 10 ตัว และพยัญชนะ 14 ตัว

- การทักทายและการกล่าวคำขอบคุณเป็นเรื่องที่คนเกาหลีให้ความสำคัญมาก เวลากล่าวคำทักทายและขอบคุณคนเกาหลีมักก้มหัวคำนับเสมอ การโค้งหัวต่ำระดับไหนก็ขึ้นอยู่กับความอาวุโสของอีกฝ่าย

- ที่ประเทศเกาหลีจะไม่ค่อยเห็นว่ามีสุนัขเดินเพ่นพ่านตามถนนเลย เพราะค่าเลี้ยงดูสุนัขที่เกาหลีแพงมากๆ และถ้าจูงสุนัขไปเดินเล่นตามถนนที่เกาหลี ถ้าสุนัขอึออกมา เราต้องเก็บทำความสะอาดเอง ไม่งั้นต้องเสียค่าปรับ

- ตามร้านมินิมาร์ทที่เกาหลี เวลาไปซื้อของเขาจะไม่ใส่ถุงให้ ทั้งนี้เพื่อช่วยรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก หากต้องการถุง เขาจะคิดเงินเพิ่ม 100 วอน หรือประมาณ 4 บาทไทย

- ถ้าไปพักโรงแรมที่ประเทศเกาหลีในช่วงฤดูหนาว เขาจะไม่เปิดแอร์เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน อีกอย่างอากาศมันเย็นสบายอยู่แล้ว

- ที่ประเทศเกาหลีจะไม่ค่อยเห็นตำรวจยืนอยู่ตามสี่แยกไฟแดงเหมือนบ้านเรา เพราะเขามีระบบตรวจจับคนที่ขับรถผิดกฎจราจร และทางตำรวจจะส่งหลักฐานมาถึงบ้านแจ้งเรื่อง ความเร็ว, เวลา, ทะเบียนรถ และต้องไปเสียค่าปรับที่โรงพักเอง

- คนเกาหลีจะไม่ทิ้งขยะบนท้องถนนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกปรับแพงมากๆ ประมาณ 1,200 บาทไทย คนเกาหลีจึงนิยมเก็บขยะกลับไปทิ้งที่บ้านของตัวเอง

- สาเหตุที่ชาวต่างชาติเรียกประเทศเกาหลีว่า "โคเรีย" นั้นก็มาจากชื่ออาจักโคเรียว จากนั้นเสียงก็เพี้ยนมาเป็น โคเรีย

- คนเกาหลีจะเรียกคนทั่วๆ ไปตามเพศ (เขาจะไม่เรียก พี่คนนั้น ป้าคนนี้เหมือนบ้านเรา) แต่จะเรียกตามเพศ ผู้ชาย เรียกว่า "อาจอชี" ผู้หญิงแต่งงานแวรัยกว่า "อาจุมม่า" ผู้หญิงยังไม่แต่งงานเรียกว่า "อาคะชี"

- บ้านของชาวเกาหลีส่วนใหญ่จะวางผังบ้านเป็นรูปตัว L หรือตัว U และมีการฝังท่อน้ำไว้ใต้บ้าน สำหรับหน้าหนาวตามพื้นบ้านก็จะอุ่น เหมือนเปิดฮีตเตอร์แบบนั้นเลย

- เมื่อผู้หญิงกับผู้ชายเกาหลีแต่งงานกันแล้ว หลังแต่งงานฝ่ายชายต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิง 2-3 วัน หลังจากนั้นค่อยย้ายไปบ้านฝ่ายชาย

- Hunkuj University of Foreign Studies เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เปิดสอนวิชาภาษาไทยในเกาหลี

- ที่ประเทศเกาหลีไม่มีสะพานลอยให้ข้ามถนน (ถ้ามีก็น้อยมาก) แต่เขาจะสร้างอุโมงค์ลอดใต้ถนน และในอุโมงค์ก็จะเป็นเหมือนตลาดย่อมๆ มีของขายมากมาย อาทิ กระเป๋า เสื้อผ้า ของกระจุกกระจิกต่างๆ ฯลฯ

- รถยนต์ในประเทศเกาหลีร้อยละ 99 เป็นรถที่ผลิตในประเทศเขาเอง เช่น ฮุนได, แดวู, เกีย เป็นต้น

- ประเทศเกาหลีผลิตรถยนต์ได้มากเป็นอันดับที่ 6 ของโลกเลยนะ!

- กีฬาประจำชาติของคนเกาหลีคือ "ซีรึม" หรือมวยปล้ำแบบเกาหลีนั่นเอง

- เมืองหลวงของประเทศเกาหลี คือกรุงโซล และเมืองที่ใหญ่อันดับสองรองจากโซลคือเมืองพูซาน

- ที่ประเทศเกาหลีเขาไม่นิยมให้ทิปตามร้านค้า ร้านอาหาร เพราะสินค้าและบริการต่างๆ จะบวกภาษีรวมไว้แล้ว 10 % นั่นเอง

- ประเทศเกาหลีเปิดใช้รถไฟฟ้าใต้ดินครั้งแรกในปี 1974 รวมเวลาถึงตอนนี้ก็เปิดมาแล้ว 33 ปี

- คู่บ่าวสาวของเกาหลี เมื่อแต่งงานกันแล้ว นิยมไปฮันนีมูนกันที่เกาะเชจู ซึ่งเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงมากในเกาหลี

- KBS เป็นสถานีโทรทัศน์ครบวงจรแห่งแรกของเกาหลี

- หนังสือพิมพ์ที่คนเกาหลีนิยมอ่านมากที่สุดคือ "ดองนิบ ซินมุม" หรือหนังสือพิมพ์อิสระ

- เพลง อารีรัง เป็นเพลงเก่าแก่ของเกาหลีที่ดังมากๆ ว่ากันว่าเป็นเพลงที่แสดงถึงความรักระหว่างทหารเกาหลีกับสาวไทย

- แท็กซี่ที่เกาหลีจะมี 2 แบบ แบบแรกจะเป็นราคาปกติและตอนดึก จะเปิดรับผู้โดยสารที่ไปทางเดียวกันร่วมไปด้วย แต่ถ้าเป้นแท็กซี่แบบสีดำ จะแพงกว่าแต่ไม่รับผู้โดยสารอื่น และที่นั่นมีกฎหมายให้นั่งได้แค่ 4 คนเท่านั้น

- คนเกาหลีนิยมฝังศพคนตาย โดยหันหัวศพไปทางทิศเหนือ ไม่เหมือนประเทศไทยที่หันหัวศพไปทางทิศตะวันตก

- ผู้ชายเกาหลีทุกคนต้องไปเป็นทหารเป็นเวลา 2 ปีเต็ม โดยไม่มีข้อยกเว้น เมื่อมีอายุครบ 20 ปี

- ชาวเกาหลีจะมีชื่อสกุลจำกัดอยู่ไม่กี่กลุ่มชื่อ เช่น คิม 21% , ยี - ลี - รี 14% และ 8% มีชื่อสกุลว่า ปาร์ค นอกนั้นก็จะแตกออกไปเป็น ชอย, แช, เจิง, ชุง, ชาง, ฮัน, ลิม เป็นต้น ชื่อเต็มของคนเกาหลีประกอบด้วยชื่อสกุล 1 พยางค์ และชื่อหน้า 2 พยางค์

- เมื่อต้องการกวักมือเรียกคนอื่นนั้น ให้คว่ำมือลงแล้วค่อยกวักเรียกโดยให้นิ้วชิดกัน การกวักมือเรียกโดยหงายฝ่ามือขึ้นคนเกาหลีถือว่าไม่สุภาพ ถ้าใช้นิ้วกวักเรียก จะเหมือนเป็นการเรียกสุนัข ห้ามทำแบบนี้เด็ดขาดที่เกาหลี

- ดอกไม้ประจำชาติเกาหลีคือ ดอกมูกุงฮวา หรือ โรส ออฟ ชารอน ซึ่งจะบานสะพรั่งทั่วประเทศระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม

- ธงประจำชาติเกาหลีเรียกว่า แทกึกกี้ สัญลักษณ์สี่อย่างที่อยู่แต่ละมุม คือ สวรรค์, โลก, ไฟ และน้ำ

- มีอยู่ 3 อย่างที่เรามักจะไม่เห็นตามท้องถนนของประเทศเกาหลีคือ 1.ตำรวจ 2. ถังขยะ 3. สุนัข

- เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของภูมิประเทศเกาหลีเป็นภูเขาล้อมรอบ

-เวลาดื่มเหล้าโชจู ผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดต้องเป็นคนรินเหล้าให้คนที่มีอายุมากกว่าเสมอ

- กิจกรรมหลังเลิกงานที่ฮิตที่สุดในกลุ่มของผู้ชายเกาหลีคือ ดื่มเหล้าและไปต่อกันที่คาราโอเกะ

- ที่นั่นจะมีโรงอาบน้ำเรียกว่าจิมจิบัง ซึ่งสามารถไปนอนค้างได้ด้วย

- ประเทศเกาหลีมีขนาดเล็กกว่าประเทศไทย 5 เท่า