Bookmark and Share
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัฒนธรรมเกาหลี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัฒนธรรมเกาหลี แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เรื่องเกาหลีที่หลายคนอยากรู้

ประเทศเกาหลีเป็นคาบสมุทรที่ทอดตัวลงใต้จากศูนย์กลางชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปเอเชีย คาบสมุทรเกาหลีประกอบด้วยพื้นที่ประมาณ 220,000 ตารางกิโลเมตรกับเกาะใหญ่น้อยประมาณ 3,400 เกาะเรียงรายตลอดชายฝั่ง
ณ เวลานี้ประเทศเกาหลีเป็นประเทศเดียวในโลกที่ยังคงถูกแบ่งแยกตามภูมิศาสตร์และลัทธิการปกครอง มีประชากรทั้งหมดประมาณเจ็ดสิบล้านคนทั้งในประเทศเกาหลีเหนือและใต้ และไม่นานมานี้เองที่มีความก้าวหน้าที่เด่นชัดหลายประการในการร่วมมือและรวมประเทศเข้าด้วยกัน

คำว่า "เกาหลี" นี้ใช้อ้างอิงทั้งประเทศเกาหลีเหนือและใต้ ประเทศเกาหลีใต้ ณ ที่นี้ หมายถึงสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งมีประชากร 48 ล้านคนในจำนวนนี้ 10 ล้านคนอาศัยอยู่ในกรุงโซลซึ่งเป็นเมืองหลวง กรุงโซลนั้นประการศักดาว่าเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน 600 ปี และในปี 1988 ก็มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งที่ 24 ประเทศเกาหลีเป็นเป้าแห่งความสนใจจากทั่วโลกอีกครั้งเมื่อได้เป็นเจ้าภาพร่วมกับประเทศญี่ปุ่นในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี 2002

ประเทศเกาหลีมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงาม จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาชาวเกาหลีเองได้เรียกผืนแผ่นดินแห่งนี้ว่า คึมซูกังซาน (geumsugangsan) หรือ "ผืนพรมทองแห่งแม่น้ำและภูเขา" ความน่าพิศวงของผืนแผ่นดินนี้ถ่ายทอดผ่านแต่ละช่วงฤดูกาลด้วยทัศนียภาพที่แตกต่างกันไป ภูมิอากาศของเกาหลีซึ่งแบ่งออกเป็นฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวนั้นมีความแตกต่างกันมากทีเดียว คือช่วงฤดูหนาวโดยปกติจะกินเวลายาวนาน ฤดูร้อนสั้นกว่า และฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่สั้นที่สุด ช่วงเวลาฝนตกจะเป็นระหว่างฤดูร้อนในช่วงเดือนมิถุนายน

ชุดแต่งกายตามประเพณีของชาวเกาหลีคือ ฮันบก (Hanbok) ชุดที่ใช้แต่งกายในฤดูหนาวนั้นใช้ผ้าที่ทอจากฝ้ายและกางเกงยาวที่มีสายรัดที่ข้อเท้าซึ่งช่วยในการเก็บความร้อนของร่างกาย ในขณะที่ช่วงฤดูร้อนจะใช้ผ้าป่านลงแป้งแข็งหรือผ้ารามีซึ่งช่วยในการซึมซับและการแผ่ซ่านของความร้อนในร่างกายให้มากที่สุด

อาหารเกาหลีก็ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบรับกับภูมิอากาศ ในภูมิภาคที่ฤดูหนาวกินเวลานาน เทคนิคการถนอมอาหารพิเศษได้ถูกวิวัฒน์ขึ้นเพื่อเก็บรักษาวิตามินในสูตรอาหารประเภทผัก กิมจิเป็นตัวอย่างอันเป็นสัญลักษณ์ของอาหารหมักดอง ความจริงที่ว่ากิมจิจะมีรสเค็มขึ้นถ้าใครนำมันจากทางเหนือที่หนาวเย็นมาสู่ทางใต้ที่อบอุ่นกว่านั้นเป็นเกี่ยวข้องกันมากกับลักษณะของอากาศ

อิทธิพลของภูมิอากาศยังบ่งบอกถึงสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันของเกาหลี บ้านแบบเกาหลีจะมี ออนดอล (Ondol) ซึ่งทำปฏิกิริยาภายใต้พื้นเพื่อช่วยเพิ่มความร้อนฤดูหนาว และโดยทั่วไปบ้านจะมีหลังคาต่ำ มีห้องเล็กและผนังหนา มีหน้าต่างและประตูเปิดสู่ภายน้อยซึ่งมักจะทำเป็นสองชั้น บ้านเกาหลีโบราณจะมีห้องโถงเปิดพื้นเป็นไม้ซึ่งสมาชิกในครอบครัวจะใช้เวลาส่วนใหญ่ที่นี่ในช่วงฤดูร้อน ห้องสำหรับอยู่อาศัยนั้นโดยปกติจะอยู่กลางบ้านใหญ่ ห้องรับแขกจะอยู่อีกหลังต่างหาก ห้องครัวก็สร้างเป็นหลังต่างหากและถูกออกแบบให้ใช้งานได้หลายอย่างนอกจากการปรุงอาหารเพียงอย่างเดียว

เป็นเวลาไม่นานมานี้เองที่เศรษฐกิจของเกาหลีได้ถูกปฏิรูปไปเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ปี 1960 เกาหลีได้เปลี่ยนจากเศรษฐกิจแบบเกษตรกรรมเป็นแบบอุตสาหกรรมที่รุดหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการปฏิวัติแปรเปลี่ยนไป การส่งเสริมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การต่อเรือ การคมนาคม และยานยนต์ซึ่งเป็นแบบอย่างของการพัฒนาประเทศไปทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการคมนาคมและสารสนเทศนั้นเกาหลีในวันนี้ยืนอยู่แถวหน้าของโลก

ชาวเกาหลีได้สร้างวัฒนธรรมที่โดดเด่นผ่านช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนานและมรดกทางวัฒนธรรมอันเด่นเฉพาะตัวก็สามารถพบได้ตลอดคาบสมุทร ชาวเกาหลีให้คุณค่ากับการเรียนรู้และมีชื่อเสียงมากในการอุทิศตนและความมุมานะอุตสาหะ บางทีอาจเป็นเพราะลักษณะเหล่านี้ก็ได้ที่ทำให้พวกเขาสามารถใช้แรงกระตุ้นทางวัฒนธรรมซึ่งนำมาประยุกต์อย่างถี่ถ้วนกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ชุดประจำชาติ วัฒนธรรมเกาหลี การแต่งกายดาราเกาหลี

เวลานั่งอ่านประวัติเรื่องแฟชั่น การแต่งกาย แบบเสื้อผ้า ชุดประจำชาติ ของแต่ละประเทศ แล้วค่อยๆ มาวิเคราะห์ดู เรามักค้นพบว่า โครงสร้างและส่วนประกอบ ของชุดแต่ละแห่ง มันล้วนสะท้อนถึง วัฒนธรรม และลักษณะภูมิประเทศ และสภาพอากาศ อุณหภูมิโดยปกติของแต่ละที่ ที่ประชากรของประเทศนั้นๆ อยู่อาศัยกัน

ประเทศไหน จะเก่าแก่เพียงใด ชุดประจำชาติ ของประเทศนั้นๆ ย่อมแตกต่างไปจาก ชุดที่ใส่ปกติ อย่างมากๆ ด้วยกันทั้งนั้น และการแต่งกาย ด้วยชุดประจำชาติ ของแต่ละประเทศ ก็มักถูกเรียกใช้น้อยลงๆ เปลี่ยนไปตามความเจริญทางเศรษฐกิจ และชีวิตการแข่งขันของสังคมรีบร้อนเสมอ แต่กระนั้นเจ้า ชุดสำคัญพวกนี้ จะแสดงความยิ่งใหญ่บอกฐานะของคนใส่อีกหน ในเวลาและโอกาศที่สำคัญเช่น วันปีใหม่ วันแต่งงาน ของชาตินั้น ความเรียบง่าย พิถีพิถันมากน้อยเพียงใด อย่างหนึ่งที่สะท้อนเต็ม อาจมองจาก จำนวนส่วนประกอบ ความอลังการณ์ในการประดับ ตกแต่งของชุด อายุมากๆ เป็นต้น

เดี๋ยวนี้ประเทศเกาหลี มีความเจริญและเป็นศูนย์กลาง เรื่อง Entertainment Media Center ที่บุกตลาดเอเซียแบบ เต็มสปีด ไม่ว่า ละครซีรีย์เกาหลี เพลง และเกมส์โชว เราได้เห็นดาราเกาหลีมากหน้า บินมาทำงานโฆษณามากชิ้น และเปิดคอนเสิทต์ เก็บตังกลับบ้านไป เลยทำให้ สังคมประเทศรอบข้าง รับเอาวัฒนธรรม และความเข้าใจ ความเป็นเกาหลีกันไปเยอะเดี๋ยวนี้ เด็กประถม มัธยมรู้จักดาราเกาหลี ไม่น้อยไปกว่า ดาราไทยกันแล้วและ การแต่งกายของวัยรุ่นยุคใหม่ ก็ก็อปปี่แนว ของนักร้องคนโปรดของตน มาแบบค่ายไหนดัง ฉันใส่ตามเลยทีเดียว โดยพวกดาราเหล่าวนี้มักสร้าง จุดขายที่ไม่ซ้ำซากกันด้วย ทำให้การจับจ่าย เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย กับสังคมวัยรุ่นเปลี่ยนแปลงกันไปตามดาราดัง
ดาราเกาหลีในชุด ฮันบก ทั้งหมด คือ
Kim So Eun

Brown Eyed Girls

KARA

Wondergirls

See Ya

Girl’s Generation

แต่อย่างหนึ่งที่ ดาราเกาหลี ไม่ว่านักร้อง นักแสดง ที่ชาวไทยและประเทศใกล้เคียง มีกันในสายเลือด แม้วัยรุ่นจะติดงอมแงมคือ หยุดชุดเก่ง แล้วมาแต่งกาย ด้วยชุดฮันบก ชุดประจำชาติ เพื่อช่วยกันรักษาวัฒนธรรม หรือบอกเป็นนัยว่า แม้ตัวเองจะเป็นดาราเกาหลีที่ฮ็อตเหลือเกินในตอนนี้ แต่ก็ไม่ลืมความเป็นชาตินิยมของตน ใส่ฮันบกกันยกแก็ง มันเหมือนเป็น ชุดบังคับเวลา มีงานปีใหม่ ( Chuseok ) ของพวกเขา โดยทุกๆ ดาราเกาหลีดังๆ รวมญาติแต่งฮันบกกัน ไม่ต่างจาก การแต่งชุดไทย ซึ่งเป็นกันอัตโนมัติที่จังหวัด ลพบุรี บ้านเราเมื่อชาติต้องการ เออแล้วนี้ ดาราไทยจะรวมก้วน กันบ้างไหมหนอ….

Link : http://korea-center.blogspot.com/

Thanks for : http://www.paksuay.com/