Bookmark and Share
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทรนด์เกาหลี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทรนด์เกาหลี แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553

อัพเดทแต่งหน้า เทรนด์เกาหลี สวยใสสุดๆ

อัพเดทแต่งหน้า เทรนด์เกาหลี

วินาทีนี้ เทรนด์ตาคม กลมโต เด่นเด้ง สไตล์สาวเกาหลี กำลังมาแรงสุดๆ ตามกระแสฮิตของซีรีส์ แดนกิมจิ อยากสวยใสคิกขุแบบสาวเกาหลีโดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม มีเทคนิคง่ายๆจาก “โคว จาอิม” เมกอัพอาร์ตทิสต์ประจำแบรนด์ ETUDE HOUSE เครื่องสำอางชั้นนำสัญชาติเกาหลี มาอัพเดททันอกทันใจ

เคล็ดลับสำคัญของการแต่งหน้าให้ได้ลุคแบ๊วๆแบบสาวเกาหลี ต้องเน้นความเป็นธรรมชาติ ประเภทแต่งให้ดูเหมือนไม่ได้แต่ง โดยขั้นแรก เริ่มจากการเตรียมผิวหน้าให้เรียบเนียนด้วยการลงรองพื้น วิธีเลือกรองพื้นให้เหมาะกับผิวหน้า ควรใช้ 2 เฉดสีผสมกันให้เข้มกว่าสีผิวหน้าจริงหนึ่งโทน จะทำให้ได้ผิวหน้าที่เรียบเนียนดูธรรมชาติมากๆ ส่วนใครมีรอยแผลเป็น หรือรอยบวมใต้ตา แนะนำให้แต้มคอนซีลเลอร์ช่วยปกปิดความบกพร่อง โดยค่อยๆกดและเกลี่ยไปให้ทั่วบริเวณนั้นๆ

สาวไทยส่วนใหญ่จะมีโครงหน้าคล้ายกับสาวเกาหลี คือรูปหน้ากลม และจมูกค่อนข้างแบน ลักษณะแนวการลงแป้งและรองพื้น จึงควรเริ่มจากบริเวณทีโซน แล้วกระจายไปยังบริเวณกรอบหน้าด้านข้าง เพื่อเป็นการสร้างมิติให้ใบหน้า หลังจากลงรองพื้นเรียบร้อยแล้ว ควรลงแป้งฝุ่นทับทันที โดยเลือกใช้แป้งฝุ่นแบบโปร่งแสง และสีสว่างกว่าจริงเล็กน้อย แบบเดียวกับที่ดาราเกาหลีกำลังนิยม จะช่วยให้ใบหน้าไบรท์ขึ้นทันตาเห็น
การแต่งแต้มจุดเด่นบนใบหน้าก็เป็นขั้นตอนสำคัญ ควรเริ่มจากคิ้วเป็นจุดแรก โดยการแต่งคิ้วสไตล์เกาหลี จะเน้นรูปทรงธรรมชาติ ไม่เป็นเส้นเล็กหรือโค้งโก่ง เพราะทำให้ดูแก่กว่าวัย คิ้วรูปทรงตรงจะดูอ่อนวัยและเป็นธรรมชาติมากกว่า ขณะที่การเติมสีสันบนใบหน้า ควรเลือกสีอายแชโดว์ให้เข้ากับสีผิวหรือสีขนตาดำ โดยใช้ทั้งหมด 3 สี ไล่ตามเฉดโทนอ่อนสุดไปถึงเข้มสุด ถ้าอยากให้ตาสวยคมชัดขึ้น ต้องเขียนขอบตา และใส่ ขนตาปลอมเป็นช่อๆ

สำหรับแก้มและปาก การแต่งหน้าสไตล์กิมจิจะไม่ค่อยเน้นเท่าไหร่ แค่ใช้บรัชออนสีชมพูหรือพีชอ่อนๆ และทาลิปกลอสใสๆปิดท้าย ก็ดูดีเข้าคอน-เซปต์แล้ว

Link : http://korea-center.blogspot.com/

Thanks for : http://women.mthai.com/

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี


วันนี้มาพบกับ เสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี หลากสีหลากสไตล์ที่อยากนำมาฝากกัน ลองเอาไปประยุกต์ใช้กันนะคะ จะได้สวยกันทั่วหน้า เทรนด์เกาหลีมาแรงค่ะ





สวยๆเก๋ๆกันปายยยยยยยยยย !!!

วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553

แฟชั่นสไตล์เกาหลี


แฟชั่นสไตล์เกาหลี

หากพูดถึงเรื่องแฟชั่นแล้ว ปัจจุบันนี้คงจะหนีไม่พ้นแฟชั่นที่มาแรงแซงทางโค้ง นั่นก็คือ "แฟชั่นสไตล์เกาหลี" กระแสนิยมที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน

แฟชั่นในยุคนี้ "เทรนด์เกาหลี" เริ่มเข้ามาในสังคมไทยเรามากสุด ๆ เมื่อพูดถึงคำ ๆ นี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักนะคะ กระแสที่มาแรงทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมทางด้านการบันเทิง ดารา นักร้อง ซีรี่ส์ต่าง ๆ ในด้านของภาษาก็เป็นที่นิยมไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว เดี๋ยวนี้มีจำนวนนิสิตนักศึกษาไม่น้อยที่สนใจและเลือกเรียนภาษาเกาหลีมากขึ้น พวกเราเริ่มรู้จักวัฒนธรรมเกาหลีกันมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารการกิน การทักทาย และแฟชั่นเสื้อผ้า เพราะว่าคนเกาหลีเน้นสวมเสื้อผ้าตามฤดูกาลแตกต่างกันไป แต่ละฤดูมีลักษณะการแต่งกายที่ไม่เหมือนกัน เช่น

ฤดูใบไม้ผลิ หรือที่ภาษาเกาหลีเรียกว่า "พม" ฤดูนี้เสื้อผ้าจะเน้นสีเสื้อผ้าที่ฉูดฉาด สดใส เสื้อผ้ามีหลากหลายสไตล์ด้วยกัน

ฤดูร้อน หรือที่ภาษาเกาหลีเรียกว่า "ยอรึม" ในฤดูนี้เสื้อผ้าจะเน้นสีสดใสเช่นกัน แต่โทนสีอ่อนลงมากกว่า ลักษณะเสื้อผ้าจะเป็นเสื้อกล้าม เสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น กางเกงสามส่วน เป็นต้น

ฤดูใบไม้ร่วง หรือที่ภาษาเกาหลีเรียกกันว่า "คาอึล" ในฤดูนี้เสื้อผ้าจะเน้นเสื้อผ้าสีทึบ ๆ มืด ๆ เช่น สีน้ำเงิน สีน้ำเงินเข้ม สีกรมท่า สีน้ำตาล

ฤดูหนาว หรือที่ภาษาเกาหลีเรียกกันว่า "คยออูล" ฤดูนี้เสื้อผ้าส่วนใหญ่เน้นสีดำเป็นหลัก เสื้อแขนยาวสีเข้ม เสื้อกันหนาวสีดำ เสื้อไหมพรมใส่คู่กับผ้าพันคอสีเข้ม ๆ

เสื้อสไตล์เกาหลี โดยส่วนใหญ่แล้วจะใส่เสื้อสองตัวซ้อนกัน เหตุเป็นเพราะว่าอากาศในประเทศเกาหลีค่อนข้างหนาวเย็น เพราะฉะนั้นจึงเน้นเสื้อตัวยาว ๆ โทนสีอาจตัดกันหรือเป็นโทนเดียวกัน ขึ้นอยู่กับความชอบ ส่วนกางเกง มักเป็นกางเกงประมาณเข่า มีผ้าผูกเอวประดับแทนเข็มขัด ในฤดูหนาวจะเป็นกางเกงขายาวแทน

สำหรับผู้หญิง ก็จะเป็นกระโปรง ส่วนใหญ่แล้วออกแนวหวาน ๆ น่ารัก ๆ หากเป็นกระโปรงสั้น นิยมใส่เล็กกิ้งไว้ด้านใน แต่ส่วนมากผู้หญิงเกาหลีนิยมใส่ชุดแซ็ก

รองเท้า ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นหลัก หรือรองเท้าบู๊ต อาจจะเป็นเพราะสภาพอากาศ ลักษณะสีสันออกโทนสีพื้น ๆ

เครื่องประดับ ส่วนใหญ่ใช้เพชรคริสตัลเป็นส่วนประกอบ ลักษณะเหมือนทองคำขาว เงิน ไม่นิยมนำทองมาเป็นส่วนประกอบนะคะ

ทรงผม เน้นความเป็นธรรมชาติ นิยมดัดเป็นลอน ๆ คลื่น ๆ ทำผมให้ดูยุ่ง ๆ เป็นธรรมชาติ ทรงนี้สามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

เครื่องประดับผม ที่กำลังเป็นที่นิยมกันในตอนนี้ คือ "ที่คาดผมแบบทูอินวัน" (คาดหนึ่งอันแต่ดูเหมือนมีสองอัน) มีลักษณะแยกเป็นสองแฉกด้วยกัน มีสีสันสดใส มีลักษณะเป็นเพชร วับ ๆ หรือตามวัสดุที่ประดิษฐ์มา หรือเป็นกิ๊บติดผมแนวน่ารัก ๆ กุ๊กกิ๊ก

รวมไปถึง "แฟชั่นการแต่งหน้าแบบเกาหลี" ที่เป็นกระแสมาแรงสุด ๆ ในตอนนี้ การแต่งหน้าแบบเกาหลีจะเน้นแบบธรรมชาติเป็นหลัก การแต่งหน้าแบบนี้คนไทยเราก็กำลังฮิตกันมาก ๆ ลักษณะการแต่งหน้าแบบนี้ นอกจากจะดูสวยอย่างธรรมชาติแล้ว ยังให้ความรู้สึกที่สดใสอีกด้วย

คนเกาหลีเวลาแต่งหน้าจะเน้นที่ "ดวงตา" เป็นหลัก อาจเป็นเพราะว่าคนเกาหลีมีจุดอ่อนที่ตา หมายถึง ตาตี่ และมีชั้นเดียว สามารถลังเกตได้จากการที่คนเกาหลีทำศัลยกรรม ส่วนใหญ่แล้วคนเกาหลีเน้นทำตาสองชั้นเป็นหลัก แต่สำหรับคนที่ไม่ทำศัลยกรรมจะมีการแต่งดวงตาให้ดูคมชัดขึ้นและเป็นธรรมชาติ โดยเลือกสีอายแชโดว์ให้เข้ากับสีผิว หรือสีขนตา และควรใช้ประมาณ 3 สี โดยทาไล่ตามเฉดโทนอ่อนที่สุดไปจนถึงเข้มที่สุด และลงสีที่หนึ่งที่เป็นโทนสีอ่อนสุดบริเวณเปลือกตา ทาสีที่สองลงตรงบริเวณจุดกึ่งกลางของตา และเกลี่ยขึ้นข้างบน แล้วไล่สีที่สามจากหางตามาถึงบริเวณกึ่งกลางตาแล้วเกลี่ยขึ้น ลงสีที่เข้มที่สุดตามแนวชิดขอบตาอีกครั้ง และเกลี่ยให้เรียบเนียน

ถ้าอยากให้ดวงตาดูสวยคมชัดยิ่งขึ้น อย่าลืมเขียนขอบตาด้วย แต่ควรเป็นชนิดเค้กอายไลเนอร์ เพราะดูซอฟต์เป็นธรรมชาติมากกว่า และไม่ควรเขียนแบบตวัดปลายขึ้น เขียนสีดำเฉพาะขอบตาบนเท่านั้น ซึ่งจะลากให้เป็นเส้นเล็กที่สุดโดยแทรกเข้าไประหว่างขนตา ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไป จากหัวตาจนถึงหางตาเท่า ๆ กัน และใช้แปรงเกลี่ยเพื่อไม่ให้เห็นเป็นเส้นขอบวาด ส่วนขอบตาล่าง ให้ใช้สีขาวเขียนที่ขอบตา โดยเขียนที่ขอบตาด้านใน อีกเทคนิคที่ทำให้ดวงตาดูมีเสน่ห์น่าค้นหามากยิ่งนั่นคือใส่ขนตาปลอม ซึ่งนิยมแซมขนตาแบบที่เป็นช่อ เพราะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเป็นแผง การดัดขนตาให้งอนเริ่มจากโคนไล่ขึ้นไปที่ปลายและปัดมาสคาร่าทั้งขนตาจริงขนตาปลอมพร้อมกัน วิธีนี้ทำให้ขนตาจริงกับขนตาปลอมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน ดูเป็นธรรมชาติ

วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ทำไม? อะไรๆ ก็ต้อง...เกาหลี


ชั่วโมงนี้ปฏิเสธไม่ได้อะไร-อะไรก็เอาความเป็นเกาหลีขาย ร้านตัดผมเกาหลี โรงเรียนสอนเต้นท่าแบบศิลปินเกาหลี ร้านเสื้อผ้าเกาหลี บริษัททัวร์ก็ทัวร์เกาหลี รายการโทรทัศน์ก็เกาหลี น่าแปลกที่คำว่า "เกาหลี" ทำไมถึงไปผูกอยู่กับคำว่า เป็น แฟชั่น, ทันสมัย ฯลฯ

ทำไมเกาหลีประสบความสำเร็จในสินค้าทางด้านวัฒนธรรมป๊อป และลามไปตามสินค้าแฟชั่นต่างๆ ถึงขนาดนี้

"พูลพงศ์ สมิทธิ์ศราการย์" เจ้าของร้าน JNBY ซึ่งนำเข้าเสื้อผ้าจากเกาหลีในห้างดังอย่างสยามเซ็นเตอร์ ตอบแบบไม่ต้องคิดว่าเป็นเพราะความสำเร็จของศิลปินเป็นหลัก

ถ้าถามว่าอะไรเป็นแฟชั่นเกาหลี พูลพงศ์ว่านี่เป็นเรื่องที่ตอบยากเล็กน้อย แต่ที่แน่ๆ เอกลักษณ์สำคัญคือแฟชั่นเกาหลีนั้นจะเน้นรูปร่างหน่อย (ดังนั้นใครรูปร่างไม่ดี พูลพงศ์บอกว่าอย่าใส่เสื้อผ้าพวกนี้จะดีกว่า) คนใส่อาจใส่เสื้อผ้าไม่กี่ชิ้น แต่จะพยายามเล่นกับชิ้นงาน อย่างมีการติดเครื่องประดับ มีการทำให้ขาด และก็ไม่กลัวที่จะใส่สีตัดกัน

แต่ถ้าจะถามว่าเกาหลีเป็นผู้นำแฟชั่นไหม พูลพงศ์ส่ายหน้า บอกเอาเข้าจริงแฟชั่นที่ศิลปินเกาหลีใส่ ก็ยังเป็นแบบจากห้องเสื้อดังๆ ใน อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ อยู่ดี และเดินตามคอลเลคชั่นแฟชั่นใหม่ๆ ในปีนั้นตลอด เพียงแต่อาจจะมีการมิกซ์แอนด์แมทช์ ใส่อะไรเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะกับคนเอเชียมากขึ้น

"ลองนึกดูว่าแบรนด์แฟชั่นเกาหลีดังๆ น่ะมีอะไรบ้าง?" พูลพงศ์ยกตัวอย่าง

ให้เวลาสักชั่วโมงก็อาจจะนึกไม่ออก

"อย่างกางเกงขาลีบนี่ก็มีมาก่อนนานแล้ว แต่จะเป็นอีกลุค สมัยก่อนบ้านเราเรียกว่าเป็นเด็กฮาร์ด ซึ่งภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้คนใส่ตามเทรนด์ ศิลปินเขาใส่ ก็มีส่วนมาเปลี่ยนให้ดูดี ประกอบกับเขามีอิทธิพลต่อวัยรุ่น"

ใครๆ ก็เลยใส่ตาม

ด้าน "ครูเฟีย-จุฑามาศ เขมะภาตะพัน" ครูสอนเต้นคัฟเวอร์แดนซ์ตามแบบศิลปินเกาหลีของโรงเรียนสอนเต้นรำ MDDC ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในกระแสนี้เช่นกัน บอกว่า เรื่องแบบนี้มันเป็นความนิยมของยุค

หากเอาเข้าจริงการเต้นแบบเกาหลีก็ไม่ได้ต่างจากการเต้นแบบอื่นๆ ที่โรงเรียนสอนเต้นในเมืองไทยสอนกันสักเท่าไร

"เพราะเบสิคการเต้นไม่ว่าที่ไหนในโลกมันก็อันเดียวกัน" เธอบอก

ขึ้นอยู่กับว่าคนสอนจะสอนได้ดีไหม หรือจับจุดไหนมาสอน เหมือนอย่างที่ MDDC เน้นสอน "คัฟเวอร์แดนซ์" จับท่าเต้นในเพลงดังๆ ของเกาหลีมาแบบเป๊ะๆ ทุกท่าถ่ายทอดให้ผู้สนใจ

"แต่ส่วนหนึ่งโปรดักชั่นของมิวสิคทำให้ภาพลักษณ์ศิลปินที่เต้นออกมาดูดี มีกระแสค่อนข้างมาก แต่จะว่าไปสไตล์เค-ป๊อป ก็ปกติทั่วไป คือท่าเต้นก็เหมือนกันทั้งนั้น บางท่าก็เป็นท่าโอลด์สคูล ท่าเก่าๆ เอากลับมาเต้นใหม่ด้วยซ้ำ"

อย่างไรก็ตาม ครูเฟียบอกว่าจุดสำคัญของการเต้นเกาหลีที่ใครๆ ยอมรับว่าดีเหลือเกินนั้น ไม่ได้อยู่ที่ท่าเต้น วิธีการหรือเทคนิคอะไรที่แปลกใจ แต่เกิดมาจากการซ้อมเต้นวันละ 12 ชั่วโมงต่างหาก

"ก็คิดดูที่นั่นศิลปินฝึกหัดมีเป็นพันๆ คน แต่ละคนก็ต้องต่อสู้ให้เตะตาเจ้าของค่าย แล้วต้องพรีเซ็นต์ตัวเองให้มากที่สุดเพื่อจะได้เป็นศิลปิน พวกเขาจึงต้องทะเยอทะยานสูงและซ้อมกันเยอะมาก ตัวเราเองไปสัมผัสมาตอนไปเรียนเต้นเค-ป๊อป เพื่อจะดูว่าเขาเรียนกันยังไง เจอเด็กอายุ 15 ที่เต้นเก่งจนอึ้ง ทั้งที่เพิ่งเรียนปีเดียว"

"แต่ไม่แปลกใจเลยพอไปเห็นเขาซ้อม" ครูเฟียว่า

ด้าน "วจี กัลย์จาฤก" ผู้บริหารบริษัท กันตนา ดราม่า สคูล ที่เปิดคอร์สสอนการแสดง โดยมีเงื่อนไขพิเศษคือพาเด็กที่ลงเรียนในคอร์สนี้ไปคัดตัวเข้าค่าย JYP ที่เกาหลี คอร์สนี้เธอว่าเกาหลีเป็นต้นคิด กันตนาเพียงแต่ได้รับการติดต่อจากบริษัททัวร์ที่เกาหลีและโรงเรียนสอนศิลปิน DTC แล้วก็ตกลงดำเนินการ

"แต่คอร์สนี้เราไม่ได้รับหมด จะดูความสามารถของที่น่าจะมีโอกาส เพราะไม่อยากให้ผู้ปกครองเสียเงินฟรี"

ในฐานะคนทำละครและอยู่ในวงการบันเทิงของเมืองไทย วจีมองว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้กระแสเกาหลีคือเรื่องของ "ความยาก"

"เด็กเราคุ้นกับนักแสดงไทย ศิลปินไทย ที่ไปตามห้างก็ได้เจอแล้วเวลามีอีเวนท์ ความที่เห็นง่าย สัมผัสง่าย อาจจะทำให้เบื่อเร็ว แต่เวลาศิลปินเกาหลีมา จะเป็นเทพ ตั้งรั้วลูกกรง มีบอดี้การ์ด 4-5 คน"

"ยิ่งยาก แฟนๆ ก็ยิ่งคลั่ง"

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่เวลาศิลปินดังๆ ของเกาหลีมาบ้านเราที จะมีแฟนคลับไปนั่งรอตั้งแต่ตีห้า เพื่อจะได้อยู่แถวหน้าสุดตอนพวกเขาปรากฏตัวเวลา 1 ทุ่ม
...

รวมความแล้วความเป็นเกาหลีที่ขายกันอยู่ อาจไม่ได้เป็นมากไปกว่า อะไรสักอย่างที่ถูกผูกติดไว้กับศิลปิน ซึ่งก็ไม่ได้แปลกหรือแตกต่างจากของที่เราพบเจออยู่ในชีวิตประจำวัน

เพียงแต่ในแง่ของความรู้สึก พอแปะคำว่า "เกาหลี" เข้าไปก็ดูดี มีราคาขึ้น
"และอันที่จริงสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นการมิกซ์แอนด์แมทช์, ความขยันฝึกซ้อม และการโปรโมตวัฒนธรรมตัวเองอย่างต่อเนื่อง อาจจะเป็น "เกาหลี" มากกว่าอะไรทั้งหมด"

เรามองความเป็นเกาหลีที่ถูกนำมาขายกันเกลื่อนกลาดว่าอย่างไร?

คำตอบอยู่ที่เสื้อผ้า หน้าตาภายนอกหรือรู้ถึงวิธีคิดภายใน

"อะไรที่ควรเป็น "เกาหลี" สำหรับเรา"

วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เทรนด์การแต่งหน้าจากเมคอัพเกาหลี

ถึงแม้กระแสละครเกาหลีจะเบาบางแต่นักร้องหรือดาราวัยละอ่อนของเกาหลียังครองใจหนุ่มสาววัยใสอีกเพียบ และเมื่อชอบความสวยความหล่อแบบเกาหลีก็แน่นอนว่า เสื้อผ้า หน้า ผม แบบเกาหลียังฮอตฮิตสุดๆ


สำหรับ หนุ่มสาวแฟชั่นนิสต้า ของไทย ดังนั้นเครื่องสำอางค์แมคจึงเชื้อเชิญ ซีเนียร์เมคอัพอาร์ติสต์ของแมคในเกาหลี "มีหยองซุก" ที่มีโอกาสบรรเลงฝีแปรงบนใบหน้าดาราดังของเกาหลี และดาราดังในฮอลลีวู้ดอย่างนับไม่ถ้วนมาแล้ว มาเปิดตัวสีสันในคอลเลกชั่นล่าสุด ที่ทีซีดีซี เมื่อวันก่อน

เปิดตัว มีหยองซุก ได้ออกมาบอกเล่า เทรนด์ การแต่งหน้า แบบเกาหลี้...เกาหลีว่าสาวเกาหลีนะไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ขอเพียงอย่างเดียวคือ การบรรเลงฝีแปรงบนใบหน้าของสาวๆ คนดังเหล่านั้นต้องให้ดูเด็ก ดูอ่อนวัยที่สุด แม้ตีนกาจะขึ้นกระจายทั่วหน้าก็ต้องหาเทคนิคมาปกปิดไม่ให้เห็นสักเส้น และประเด็นสำคัญสำหรับ การแต่งหน้า ของสาวๆ เกาหลี ซึ่งเป็น เทรนด์ การแต่งหน้า ในช่วงนี้ คือ การแต่งหน้าต้องเนียนใสและเน้นผิวพรรณอย่างแท้จริง ดังนั้น กรรมวิธีในการแต่งหน้าของสาวเกาหลีจึงให้ความสำคัญแก่การดูแลผิวพรรณเป็นอย่างมาก โดยสาวจากประเทศอื่นๆ อาจจะใช้ครีมบำรุงผิวหน้าเพียง 2 หรือ 3 ขั้นตอน แต่สาวเกาหลีต้อง 7-8-9 ขั้นตอน และใช้เวลานานกับการทาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านั้น

หลังบอกเทคนิคความสวยตามสไตล์สาวเกาหลีกันไปแล้วเธอก็เปิดเผยถึงเทรนด์สีสันบนใบหน้าในคอลเลกชั่นสปริง-ซัมเมอร์ 2009 เริ่มจาก ลุค Artifice ซึ่งเป็นลุคการแต่งหน้าแบบสนุกสนานแปลกตา แตกต่าง เน้นการเล่นกับสีสันของเมคอัพแบบไร้ขีดจำกัด เพื่อให้สาวๆ สวยและดูดีแบบเฟรชลุค ลุค Hydraluminous จะตรงกันข้ามกับลุคอื่นๆ ที่จะใช้เอฟเฟกท์ตกกระทบของแสงและเทคเจอร์ของเมคอัพมาเป็นพระเอก แทนการใช้สีสันของเมคอัพเพื่อสร้างสรรค์ลุด ให้ความสำคัญกับการสะท้อนและเล่นกับแสงเพื่อให้เกิดลุคที่มีมิติที่สวยงามและแตกต่าง


ลุค Black to Earth โดดเด่นด้วยการแต่งแต้มดวงตาด้วยโทนสีดำหลากเฉดหรือที่รู้จักกันคือสโมคกี้ อาย แต่คราวนี้ไม่ต้องการความเนี้ยบ เฉียบ ตรงกันข้ามจะต้องลากอายไลเนอร์ให้เส้นไม่ต้องคมชัด ดูเลอะเทอะแบบไม่ตั้งใจ ด้วยโทนสีดำเงาเหลือบประกายแร่ธาตุมิเนอรัล มีการใช้เส้นลายเนอร์เนื้อครีมที่เขียนแบบเพลินๆ นะใช่เลย ลุค R-evolutionarty Nature เธอดูดีมีเสน่ห์ ดูแพง แต่ยังคงดูเป็นธรรมชาติ เป็นการแต่งหน้าที่เน้นโทนสีอบอุ่นของป่าอะเมซอน ดูเป็นสาวชนเผ่า ผิวสีแทน ด้วยการใช้พิกเมนต์โทนสีกลางเพื่อเน้นโครงการหน้าที่คมชัด


 ปิดท้ายที่ ลุค Tendertone เป็นลุคการแต่งหน้าที่ใช้โทนสีลูกกวาด เช่น สีพาสเทลอ่อนหวานมาใช้เน้นความเป็นเฟมินีนของหญิงสาวกว่าลุคไหนๆเป็นลุคที่ทำให้ผู้หญิงดูเป็นผู้หญิงมากยิ่งขึ้น หยิบสีม่วงไลแลค สีชมพูหวานมาร์ชเมลโล สีส้มพีชเชอร์เบท อย่างนี้ก็จะกลายเป็นหญิงสาวในฝันดั่งเทพนิยายกันได้เลยทีเดียว

Appreciate for คม ชัด ลึก